
หนังสือคัมภีร์พุทธศาสนาภาษาบาลีที่ให้ชื่อว่า “ปฐมสมโพธิกถา” พบฉะบับที่มีอยู่ในหอสมุดแห่งชาติแต่ ๒ สำนวน สำนวนที่ ๑ มี ๒๒ ปริจเฉท คือ ๑ วิวาหมงคลปริวัตต์ ๒ ดุสิตปริวัตต์ ๓ คัพภานิกขมนปริวัตต์ ๔ ลักขณปริคคาหกปริวัตต์ ๕ ราชาภิเษกปริวัตต์ ๖ มหาภินิกขมนปริวัตต์ ๗ ทุกกรกิริยาปริวัตต์ ๘ พุทธบูชาปริวัตต์ ๙ มารวิชัยปริวัตต์ ๑๐ อภิสัมโพธิปริวัตต์ ๑๑ โพธิสัพพัญญูปริวัตต์ ๑๒ อัฏฐเกสธาตุปริวัตต์ ๑๓ พรหมัชเฌสนปริวัตต์ ๑๔ ธัมมจักกปริวัตต์ ๑๕ พิมพาพิลาปปริวัตต์ ๑๖ สักยบรรพชาปริวัตต์ ๑๗ เทสนาปริวัตต์ ๑๘ เทโวโรหนปริวัตต์ ๑๙ มหานิพพานสูตรปริวัตต์ ๒๐ ธาตุวิภัชนปริวัตต์ ๒๑ มารพันธปริวัตต์ ๒๒ ธาตุอันตรธานปริวัตต์ สำนวนแรกนี้ไม่ได้บอกไว้ว่าใครแต่งและแต่งที่ไหน แต่งแต่เมื่อไร ได้ความหน่อยหนึ่งในปณามคาถาซึ่งผู้แต่งคัมภีร์หลังที่จะกล่าวต่อไปว่า ได้ชำระถ้อยคำและข้อความวิปลาสในหนังสือปฐมสมโพธิของเก่า ดังนี้ จึงเป็นอันยุติไว้ทีหนึ่งว่า สำนวนแรกนี้เป็นหนังสือปฐมสมโพธิกถาของเก่าเท่านั้น อ่านต่อคลิกที่นี่
ตรวจและเรียบเรียงโดย นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย


กว่าจะถึงวันนี้...ทุกคนต้องบากบั่นเพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคง เพื่อกิจการของสังคม และสร้างอาหารที่ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค ขอบคุณ สสส.และ สกส.ที่ได้เห็นเรา"กลุ่มผู้เลี้ยงหมูหลุมอินทรีย์วิถีชุมชนตำบลดอนแร่"ทำให้เรามีที่ยืน..และมีพลังต่อไป ขอบใจผู้ช่วยมือดีของเรา"น้องเก้า (จิตตินันท์ ใจสุทธิ์)ที่ได้ทุ่มเทส่งผลงานเข้าประกวด อยากจะบอกว่านี่คือจุดเริ่มต้นเท่านั้น ขอยืมบทความน้องเก้า.......หน่อยครับ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มหมูหลุมอินทรีย์ดอนแร่ ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 12 ทีม จากทั้งหมด 150 ทีม ที่ได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 100,000 บาท จากสำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ(สกส.) เพื่อดำเนินธุรกิจเพื่อสังคม...หลังจากนี้ไปอีก 4 เดือน พวกเราจะต้องทำงานกันอย่างหนักตามแผนที่วางไว้ ก่อนที่จะได้รับการประเมินให้เข้าพบนักลงทุนต่อไปครับ...ขอขอบคุณ สกส. ผู้ให้เงินทุนสนับสนุน ขอบคุณน้าสุพจน์และสมาชิกกลุ่มทุกคนที่ร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆมาด้วยกัน ขอบคุณพี่วรงค์ในฐานะกุนซือคนสำคัญ และขอขอบคุณทุกกำลังใจและความช่วยเหลือที่มีให้กับพวกเราครับ
เขียนโดย supoj07 ที่มาจากเว็บไซต์ http://www.kasetchonnabot.com

เมื่อเดินทางมาถึง ณ แดนเมืองพระราชา(ราชบุรี) ผู้คนต่างต้องพากันเดินทางเข้ามาสู่ อำเภอสวนผึ้ง ดินแดนแห่งวัฒนธรรมลุ่มน้ำแม่กลองและสายหมอกแห่งขุนเขาตะนาวศรีที่ทอดตัวเป็นแนวยาว อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่มากมาย สถานที่ต่างๆนั้นมีความสวยงามคงลักษณะเด่นแบบฉบับไม่เหมือนที่ไหนในโลกนี้ ปัจจุบันนี้ อำเภอสวนผึ้งถือว่าได้รับความนิยมเป็นที่แพร่หลายอย่างมากทั้งในหมู่นักเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ อำเภอสวนผึ้งมีอากาศที่เย็นสบาย จนมีนักท่องเที่ยวบอกว่า มีลักษณะคล้ายเมืองสามหมอก โดยเหล่าสถานที่ท่องเที่ยวนั้น มีอยู่มากมาย ได้แก่ โป่งยุบ ธารน้ำร้อนบ่อคลึง ฟาร์มกล้วยไม้-ลัน ดา น้ำตกเก้าโจนหรือ น้ำตกเก้าชั้น ไร่กุหลาบอุษาวดี น้ำตกบ้านบ่อหวี แก่งส้มแมว (สวนป่าสิริกิต์) พิพิธภัณฑ์ภูโวทัย หรือ สวนภูมิปัญญาชาวบ้าน น้ำพุร้อนโป่งกระทิง สำนักสงฆ์หินสูง สวนรุกขชาติถ้ำจอมพล เป็นต้น และยังมีที่พัก โรงแรม รีสอร์ท พร้อมมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายครบครัน ให้ท่านได้เข้ามาเลือกจองที่พักสวนผึ้งทั้งแบบห้องพักและบ้านพัก พร้อมบรรยากาศแบบธรรมชาติ ได้แก่ สวิสวัลเลย์ฮิพรีสอร์ท เดอะแคมป์บูติครีสอร์ท โรยัลกู๊ดวิวรีสอร์ท พนาลีโฮมแอนด์ แคมป์ปิ้ง ภูผาผึ้งรีสอร์ท บ้านอ้อมกอดขุนเขา ตะนาวศรี แอนด์ ครีคไซด์ เป็นต้น สิ่งต่างๆในอำเภอสวนผึ้งคุณไม่อาจจะอยู่แค่การอ่าน หรือดูภาพ เท่านั้น แต่คุณจะต้องมีสัมผัสกับวิถีธรรมชาติด้วยตัวเอง
เขียนโดย ป.จันทดิษฐ์ ที่มาจากเว็บไซต์ http://www.ipie.in.th
จากงานกาชาด “ท่องเที่ยวราชบุรี ของดีเมืองโอ่ง ปี 2555” ระหว่างวันที่ 24 ก.พ. – 4 มี.ค ที่ผ่านมานั้น ผมก็ได้มีโอกาสเดินเที่ยวชมภายในงานเกือบทุกซอกมุมอยู่พอสมควรครับ ภายในงานก็ประกอบไปด้วยร้านค้าต่างๆมากมาย แต่มีร้านหนึ่งที่ผมเห็นแล้ว ก็ได้แวะเวียนเข้าไปเยี่ยมชมเป็นร้านขายวุ้น แต่ที่แปลกคือคนขายเป็นนักเรียน แล้วคนแถวนั้นก็ช่วยกันเรียกลูกค้า บอกว่าวุ้นเป็นของนักเรียน นักเรียนทำวุ้นส่งตัวเองเรียน ช่วยกันอุดหนุนด้วย ผมจึงได้ไปอุดหนุนแล้วก็สอบถามความเป็นมาพอสมควร
สวัสดีครับน้อง น้องชื่ออะไรครับเนี่ย
ท็อป: นายสุรชาติ ทองกิ้มครับ ชื่อเล่น ชื่อท็อป เพื่อนๆเรียก ส่อ
ดูชื่อวุ้นแปลกๆดีนะ วุ้นคุณส่อ ที่มาของชื่อมันเป็นยังไงครับ?
ท็อป: อ๋อ เป็นฉายาของผมในโรงเรียนนะครับ ที่เพื่อนพี่น้อง เค้าเรียกติดปากกันว่า ส่อ (แทบไม่มีใครเรียกชื่อเล่นจริงๆผมเลย)
ทำไมถึงต้องมาขายวุ้นด้วยหล่ะครับ
ท็อป: คือ ทางบ้านผมประสบปัญหาทางการเงินในครอบครัว มีรายได้ไม่พอใช้จ่าย แม่ผมก็ได้ไปกู้ยืมเงินมาใช้เป็นจำนวนมากพอสมควร ผมก็เลยคิดทำเพื่อหารายได้ช่วยครอบครัวครับ เพราะว่าก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมมีปากเสียงกับแม่และพี่สาว แล้วพี่สาวก็พูดเชิงว่า อย่างผมจะช่วยอะไรพวกเขาได้... ผมก็เลยยิ่งมีความอยากที่จะแสดงให้เขาเห็น
แล้วอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้ ท็อปทำวุ้นขายถึงปัจจุบัน
ท็อป: ช่วงนั้นผมไปเข้าค่ายนักศึกษาวิชาทหาร แล้วอยู่ดีๆคำพูดที่พี่สาวบอกกับผมว่า “อย่างผมจะทำอะไรได้” มันก็แว๊บเข้ามาในหัวได้ ผมก็เลยคิดว่าหลังจากจบค่าย ผมจะไม่กลับไปบ้านแล้วก็จะย้ายไปอยู่ที่อื่น ทำวุ้นขายหารายได้เองให้ได้ แต่พอผมกลับจากค่ายมาถึงบ้าน ผมก็ไม่พบแม่ผมแล้ว แม่ผมได้ย้ายออกไปจากบ้านโดยที่ผมไม่รู้เลยว่าท่านไปอยู่ไหน แต่ก็ยังติดต่อกันได้ จากวันนั้น จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ผมทำวุ้นขายเพื่อช่วยหาเงินให้ครอบครัว
แล้วทำไมถึงเลือกที่จะเป็นวุ้นละครับ
ท็อป: คือตอนนั้นผมคิดว่าวุ้นคงเป็นอะไรที่ทำง่ายที่สุด ตอนแรกผมก็เริ่มทำเล่นๆ แบบว่ากินไม่ได้เลย จนกระทั่งแม่ให้คำแนะนำ ผมก็เริ่มทำสำเร็จ จนเริ่มลองนำไปขายที่ โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์(โรงเรียนที่ผมเรียนหนะครับ) ตอนแรกๆก็จะขายได้กับคนรู้จัก พวกเพื่อนพี่น้องบ้าง พอได้เงินมาแรกๆผมดีใจมาก จึงเป็นแรกผลักดันให้ผมเริ่มที่จะทำต่อไป
แล้วแรกๆขายได้ดีไหม๊ครับ
ท็อป: ก็แรกๆผมก็ขายให้เพื่อนๆในโรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ จากนั้นผมก็เริ่มนำไปฝากตามร้านขายของต่างๆ ร้านผู้ปกครองเพื่อนๆนะครับ พวกเขาก็ช่วยเหลือผมเต็มที่มากครับ
แล้วปีหน้าก็ต้องไปเรียนต่อ จะยังขายอยู่เปล่าครับเนี่ย
ท็อป: ก็ที่คิดไว้ตอนนี้ ผมคิดว่าอาจจะไม่ได้เรียนต่อ คงจะทำวุ้นขายไปก่อนนะครับ
งั้นถ้ามีคนจะขอติดต่อรับวุ้นขาย หรือสนใจสนับสนุน จะติดต่อได้ทางไหนบ้างครับ
ท็อป : สามารถติดต่อผมได้ทางเบอร์ 090-447-8475 (เบอร์สำหรับค้าขายครับ) หรือว่าจะเป็นแฟนเพจ https://www.facebook.com/vunkunsor
ขายในราคาถ้วยละ 10 บาทครับ ถ้าสนใจรับไปขายก็จะมีราคาส่ง สนใจติดต่อได้นะครับ
งั้นพี่ก็ไม่รบกวนเวลาขายแล้ว ขอให้น้องท็อปก็สู้ๆนะครับ ชีวิตยังคงต้องก้าวต่อไป
ท็อป: ขอบคุณครับ
ติดต่อ วุ้นคุณส่อ
น้องท็อป 090-447-8475
https://www.facebook.com/vunkunsor
เขียนโดย Nott Perjer